การศึกษาของสงฆ์           การศึกษานั้น ได้มีมาพร้อมๆ กับมนุษย์ที่ได้อุบัติขึ้นมาในโลก โดยรู้จักแก้ปัญหา รู้จักผิดชอบต่อตนเองและต่อสังคม ตลอดทั้งแก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้วยเหตุและผล…

    

การศึกษาของสงฆ์
         
 การศึกษานั้น ได้มีมาพร้อมๆ กับมนุษย์ที่ได้อุบัติขึ้นมาในโลก โดยรู้จักแก้ปัญหา รู้จักผิดชอบต่อตนเองและต่อสังคม ตลอดทั้งแก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้วยเหตุและผล รู้จักสำนึกและเข้าใจในคุณค่าของสิ่งที่เป็นนามธรรมและรูปธรรมที่ปรากฏให้เราได้เรียนรู้ในแง่ต่างๆ ตลอดทั้งสิ่งแวดล้อมสมัยนั้นๆ ด้วย ทั้งนี้เพราะการศึกษาหรือการค้นคว้าทำให้ได้รับรับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและสามารถรู้หรือคาดการณ์ล่วงหน้าในอนาคตได้ นอกจากนั้น การศึกษาไม่ว่าจะเป็นคดีโลกหรือคดีธรรม ย่อมเป็นเหตุเป็นปัจจัยยกระดับฐานะตนเองให้สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วย ในที่นี้จะมุ่งถึงเฉพาะการศึกษาทางคดีธรรมเท่านั้นว่ามีประวัติการศึกษาเป็นมาอย่างไร และจะมีแน้วโน้มหรือนโยบายทางด้านการศึกษาของคณะสงฆ์เป็นอย่างไร 
         การศึกษาของสงฆ์แต่เดิมนั้น เริ่มต้นมาแต่สมัยพุทธกาลแล้ว บุคคลผู้ที่เข้ามาสู่สังฆมณฑลในครั้งพุทธกาลตามประวัติความเป็นมาส่วนมากมักจะได้รับการศึกษาทั้งคดีโลกและคดีธรรมมาเป็นอย่างดี ตามลัทธิศาสนาในสมัยนั้น เป็นต้นว่าจบไตรเพท(คือ ความรู้สามอย่างเป็นชื่อแสดงลัทธิไสยศาสตร์ดั้งเดิมของพราหมณ์ได้แก่ ฤคเวท, ยชุเวท, สามเวท, และ อาถรรพเวท) มาก่อน การศึกษาของสงฆ์ในสมัยพระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่มี 2 ประการ คือ

  •  คันถธุระ ได้แก่การศึกษาพระธรรมวินัยเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
  •  วิปัสสนาธุระ ได้แก่การเรียนกรรมฐานอันเป็นเครื่องมือหรืออุบายฝึกหัดจิตใจของตนเองให้สะอาดผ่องแผ้ว ปราศจากกิเลสาสวะทั้งปวง
  • การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี
                การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกภาษาบาลี เป็นพระราชภาระของพระมหากษัตริย์ ทรงจัดให้พระภิกษุสามเณรได้ศึกษาเล่าเรียนตามกำลังสติปัญญา สืบเนื่องเป็นพระราชกรณียกิจมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ครั้งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นนับแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ ถึงสมัยรัชกาล ที่ ๕ พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงรับพระราชภาระอยู่โดยสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในรัชกาลที่ ๒ คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย นอกจากพระองค์จะทรงมีพระราชดำริให้ สมเด็จพระสังฆ ราช (มี) วัดพระเชตุพนฯ จัดพิธีวิสาขบูชาขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๐แล้ว ยังทรงโปรดให้สม เด็จพระสังฆราช ขยายหลักสูตรบาลีจากบาเรียนตรี โท เอก ซึ่งสืบเนื่องมาจากกรุงศรีอยุธยาเป็น เปรียญ ๙ ประโยค ยังคงสืบเนื่องมาจนบัดนี้ สมเด็จพระสังฆราช (มี) สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๒ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ตอนปลาย พระองค์ทรงปรับปรุงระเบียบบริหารราชการแผ่นดินใหม่ ทรงจัดตั้ง กระทรวง ทบวง กรม ในส่วนกลาง ตลอดถึงมณฑล จังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้านในส่วนภูมิ ภาคแล้ว 
              พระองค์ทรงปรึกษากับคณะสงฆ์ขอให้แบ่งพระราชภารกิจในการจักการศึกษาโดยตลอด โดย ทรงมอบหมายให้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงดำเนินการ ก่อน พ.ศ. ๒๔๖๙ การสอบพระปริยัติธรรมแผนกภาษาบาลี ผู้ที่เข้าสอบต้องเข้าสอบต่อ หน้าคณะกรรมการภายในพระบรมมหาราชวัง ต่อหน้าพระที่นั่ง ด้วยการจับสลากและเข้าไปแปล ด้วยปากเปล่าทีละรูป ซึ่งเรียกกันติดปากจนทุกวันนี้ว่า “สมัยแปลด้วยปาก” จะสอบได้หรือไม่ได้ คณะกรรมการตัดสินให้คะแนนรู้ผลกันในวันนั้น ผู้ที่สอบได้จะได้รับพระราชทานรางวัลไตรจีวรแพร ซึ่งเป้นของมีค่ามากในสมัยนั้น นับเป็นเกียรติประวัติแก่ผู้ที่สอบได้เป็นอย่างยิ่ง ฯ ล ฯ